บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ธรรมบท

จิญจมาณวิกาวัตถุ (ขุททกนิกาย > ธรรมบท > โลกวรรค)

จิญจมาณวิกาวัตถุ   (เรื่องนางจิญจมาณวิกา ) พระผู้มีพระภาคตรัส พระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย  ดังนี้ว่า        " บุคคลผู้ล่วงละเมิดธรรมอย่างหนึ่ง ผู้มักกล่าวเท็จ  ปฏิเสธปรโลก จะไม่ทำบาป  ไม่มี " จิญจมาณวิกา วัตถุ   จบ อรรถกถา สมัยหนึ่ง  พระผู้มีพระภาคประทับอยู่  ณ  พระเชตวัน   อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี  เ ขตกรุงสาวัตถี ทรงปรารภนางจิญจ มาณวิกา   ตรัสพระธรรมเทศนา นี้ว่า [ พวกเดียรถีย์ริษยาพระพุทธศาสนา ] ในปฐมโพธิกาล  เมื่อสาวกของพระทศพลมีมาก หาประมาณมิได้  เมื่อพวกเทวดาและมนุษย์หยั่งลงสู่อริยภูมิ  เมื่อการเกิด ขึ้นแห่งพระคุณของพระศาสดาแผ่ไปแล้ว  ลาภสักการะเป็นอันมากเกิดขึ้น แล้ว  พวกเดียรถีย์ก็กลายเป็นผู้เช่นกับแสงหิ่งห้อยในเวลาดวงอาทิตย์ขึ้น  เป็นผู้ เสื่อมจากลาภสักการะแล้ว พวกเดียรถีย์เหล่านั้นยืนประกาศ ต่อหมู่ชนว่า "พระสมณโคดมเท่านั้นหรือเป็น พระพุทธเจ้า  แม้พวกเราก็เป็นพระพุทธเจ้า ทานที่ให้แล้วแก่ พระสมณโคดมเท่านั้นหรือมีผลมาก  ทานที่ให้แล้วแม...

อานันทเสฏฐิวัตถุ (ขุททกนิกาย > ธรรมบท > พาลวรรค)

อานันทเสฏฐิ วัตถุ   (เรื่องอานนทเศรษฐี ) พระผู้มีพระภาคตรัส พระคาถานี้แก่เศรษฐีชื่อมูลสิริ  บุตรของอานนทเศรษฐี  ดังนี้ว่า        " คนพาลย่อมเดือดร้อนว่า  'เรามีบุตร  เรามีทรัพย์' แท้จริง  ตัวตนก็ไม่มี  บุตรและทรัพย์จักมีแต่ที่ไหน " อานันทเสฏฐิ วัตถุ   จบ อรรถกถา สมัยหนึ่ง  พระผู้มีพระภาคประทับอยู่  ณ  พระเชตวัน   อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี  เ ขตกรุงสาวัตถี ทรงปรารภอานนทเศรษฐี   ตรัสพระธรรมเทศนา นี้ว่า [ อานนทเศรษฐีสั่งสอนบุตรให้ตระหนี่ ] ได้ยินว่า  ในกรุงสาวัตถี  เศรษฐีชื่ออานนท์  มีสมบัติประมาณ  ๘๐ โกฏิ  แต่เขาเป็นคนตระหนี่มาก อานนทเศรษฐีนั้นให้พวกญาติ ประชุมกันทุกกึ่งเดือน  แล้วกล่าวสอนบุตรของตนผู้ชื่อว่ามูลสิริ ใน ๓ เวลาอย่างนี้ว่า "เจ้าอย่าได้ทำความสำคัญว่าทรัพย์ ๔๐ โกฏิ นี้มาก เจ้าไม่ควรให้ทรัพย์ที่มีอยู่สิ้นไป  ควรยังทรัพย์ใหม่ให้เกิดขึ้น เพราะ เมื่อบุคคลทำกหาปณะแม้หนึ่ง ๆ ให้เสื่อมไป  ทรัพย์ย่อมสิ้นด้วยเหมือนกัน เพราะเหตุนั้...

มหาธนวาณิชวัตถุ (ขุททกนิกาย > ธรรมบท > ปาปวรรค)

มหาธนวาณิช วัตถุ   (เรื่องพ่อค้าผู้มีทรัพย์มาก ) พระผู้มีพระภาคตรัส พระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย  ดังนี้ว่า        " บุคคลพึงเว้นกรรมชั่วทั้งหลายเสีย เหมือนพ่อ ค้ามีทรัพย์มาก  มีพวกน้อย  เว้นทางอันน่ากลัว และเหมือนผู้ต้องการจะมีชีวิตอยู่  เว้นยาพิษเสีย   ฉะนั้น " ม หาธนวาณิช วัตถุ   จบ อรรถกถา สมัยหนึ่ง  พระผู้มีพระภาคประทับอยู่  ณ  พระเชตวัน   อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี  เ ขตกรุงสาวัตถี ทรงปรารภ พ่อค้ามีทรัพย์ มากคนหนึ่ง   ตรัสพระธรรมเทศนา นี้ว่า [ พ่อค้านิมนต์ภิกษุ ๕๐๐ เดินทางร่วมกัน ] ได้ยินว่า  มี พวกโจร ๕๐๐ คนแสวงหาช่องทางในเรือนของพ่อค้า นั้น  แต่ยังไม่ได้ช่อง สมัยต่อมา  พ่อค้านั้นบรรทุกเกวียน ๕๐๐ เล่ม ให้เต็มด้วยสิ่งของแล้ว  ได้เผดียงแก่ภิกษุทั้งหลายว่า "เราจะไปสู่ที่ชื่อ โน้นเพื่อค้าขาย พระผู้เป็นเจ้าเหล่าใดประสงค์จะไปสู่ที่นั้น   ขอนิมนต์ พระผู้เป็นเจ้าเหล่านั้นออกไปพร้อมกับเรา   จักไม่ลำบากด้วยภิกษาในหนทาง" ภิกษุ ๕๐๐ รูปฟังคำนั้...

อหิเปตวัตถุ (ขุททกนิกาย > ธรรมบท > พาลวรรค)

อหิเปต วัตถุ   (เรื่องเปรตผู้มีรูปร่างเหมือนงู ) พระผู้มีพระภาคตรัส พระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย  ดังนี้ว่า        "บาปกรรมที่บุคคลทำแล้วยังไม่ให้ผลทันที เหมือนน้ำนมที่รีดในวันนี้ บาปกรรมนั้นจะค่อย ๆ เผาผลาญคนพาล เหมือนไฟที่ถูกเถ้ากลบไว้  ฉะนั้น " อหิเปต วัตถุ   จบ อรรถกถา สมัยหนึ่ง  พระผู้มีพระภาคประทับอยู่  ณ  พระเวฬุวัน  เขตกรุงราชคฤห์ ทรงปรารภอหิเปรตตนหนึ่ง   ตรัสพระธรรมเทศนา นี้ว่า ได้ยินว่า   ในวันหนึ่ง  ท่านพระลักขณเถระ และท่านพระมหาโมคคัลลานเถระ  ลงจากภูเขาคิชฌกูฏ ด้วย คิดว่า  "เราจักเที่ยวบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์" บรรดาพระเถระ ๒ รูป นั้น  ท่านพระมหาโมคคัลลานะเห็นอหิเปรตตนหนึ่ง  จึงได้กระทำการ ยิ้มแย้มให้ปรากฏ ลำดับนั้น  พระลักขณเถระถามเหตุกะพระเถระนั้นว่า "ผู้มีอายุ  เพราะเหตุไรท่านจึงทำการยิ้มแย้มให้ปรากฏ" พระเถระ ตอบว่า  "ผู้มีอายุ  เวลานี้ยังไม่ใช่เวลาเพื่อวิสัชนาปัญหานี้ ท่านพึงถามผม ในสำนักพระผู้มีพระภาคเถิด" เมื่อพระเถระทั้งสองนั้น...

ปฏาจาราเถรีวัตถุ (ขุททกนิกาย > ธรรมบท > สหัสสวรรค)

ปฏาจาราเถรี วัตถุ   (เรื่องพระปฏาจาราเถรี ) พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระปฏาจาราเถรี   ดังนี้ว่า        " ผู้เห็นความเกิดและความดับ แม้มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ประเสริฐกว่าผู้ไม่เห็นความเกิดและความดับ ที่มีชีวิตอยู่ตั้ง ๑๐๐ ปี " ปฏาจาราเถรี วัตถุ   จบ อรรถกถา สมัยหนึ่ง  พระผู้มีพระภาคประทับอยู่  ณ  พระเชตวัน  อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี  เขตกรุงสาวัตถี ทรงปรารภพระปฏาจาราเถรี   ตรัสพระธรรมเทศนา นี้ว่า ได้ ยินว่า นางปฏาจาราเป็นธิดาของเศรษฐีผู้มีสมบัติ  ๔๐ โกฏิในกรุงสาวัตถี  มีรูปงาม ในเวลานางมีอายุ ๑๖ ปี  มารดา บิดาให้นางอยู่บนชั้นบนปราสาท ๗ ชั้น แต่แม้จะเป็น เช่นนั้น  นางก็ยังมีใจรักใคร่กับคนรับใช้คนหนึ่งของตน ต่อมา  มารดา บิดาได้ยกนางให้แก่ชายหนุ่มคนหนึ่งในชาติสกุลชาติเสมอกัน  แล้ว กำหนดวันวิวาหะ เมื่อวันวิวาหะนั้นใกล้เข้ามา  นางจึงพูดกับคนรับใช้ ผู้นั้นว่า "ได้ยินว่า  มารดาบิดาจะยกฉันให้แก่สกุลโน้น ถ้าฉัน ไปสู่สกุลผัวแล้ว  แม้ท่านจะถือบรรณาการมาเพื่...