บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ทาน

กุลูปกสูตร (สังยุตตนิกาย > นิทานวรรค > กัสสปสังยุต)

กุลูปก สูตร   (ว่าด้วย ภิกษุผู้เข้าไปสู่ตระกูล ) สมัยหนึ่ง   พระผู้มีพระภาคประทับอยู่  ณ  พระเชตวัน  อารามของ อนาถบิณฑิกเศรษฐี  เขตกรุงสาวัตถี ณ  ที่นั้น  พระผู้มีพระภาคได้รับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลาย มาตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย" ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มี พระภาคจึงได้ตรัสเรื่องนี้ว่า "ภิกษุทั้งหลาย  เธอทั้งหลายจะเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร ภิกษุเช่นไร สมควรเข้าไปสู่ตระกูล ภิกษุเช่นไรไม่สมควรเข้าไปสู่ตระกูล" "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมของข้าพระองค์ทั้งหลายมีพระผู้มีพระภาค เป็นหลัก   มีพระผู้มีพระภาคเป็นผู้นำ  มีพระผู้มีพระภาคเป็นที่พึ่ง ขอประทานวโรกาส เฉพาะ พระผู้มีพระภาคเท่านั้นที่จะทรงอธิบายเนื้อความแห่งพระภาษิตนั้นให้แจ่มแจ้งได้ ภิกษุทั้งหลายได้ฟังจากพระผู้มีพระภาคแล้วจักทรงจำไว้" "ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งมีความคิดอย่างนี้ว่า 'ขอชนทั้งหลายจงให้ เราเท่านั้น  อย่าได้ไม่ให้เลย จงให้เรามาก ๆ  อย่าให้น้อย จงให้ของประณีตแก่เราเท่านั้น   อย่าให้ของเศร้าหมอง จงรี...

สีหเสนาปติสูตร (อังคุตตรนิกาย > สัตตกนิบาต > อัพพยากตวรรค)

สีหเสนาปติสูตร   (ว่าด้วยสีหเสนาบดี) สมัยหนึ่ง  พระผู้มีพระภาคประทับอยู่  ณ  กูฏาคารศาลา  ป่ามหา วัน  เขตกรุง เวสาลี ครั้งนั้นแล  สีหเสนาบดีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ  ถวายอภิวาท   แล้วนั่ง  ณ  ที่สมควร  ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า "พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติผลแห่งทานที่จะพึงเห็นเองได้ไหม  พระพุทธเจ้าข้า" พระผู้มีพระภาคตรัสว่า "สีหะ  ถ้าอย่างนั้น  เราจะย้อนถามท่านในปัญหานั้น ท่านพึงตอบปัญหานั้นตามที่ท่านชอบใจ สีหะ  ท่านเข้าใจเรื่องนั้นอย่างไร  คือ   ในกรุงเวสาลีนี้  มีคน ๒ คน คนหนึ่งไม่มีศรัทธา  ตระหนี่ถี่เหนียว  ชอบด่าบริภาษ อีกคนหนึ่งมีศรัทธา  เป็นทานบดี  ยินดีให้ทานสม่ำเสมอ ๑. สีหะ  ท่านเข้าใจเรื่องนั้นอย่างไร  คือ พระอรหันต์เมื่อจะอนุเคราะห์  พึงอนุเคราะห์ ใครก่อน ระหว่างคนไม่มีศรัทธา  ตระหนี่ถี่เหนียว  ชอบด่าบริภาษ กับคนมีศรัทธา   เป็นทานบดี  ยินดีให้ทานสม่ำเสมอ" "ข้าแต่พระองค์ผู้เจร...

สีลวนาคชาดก (ขุททกนิกาย > ชาดก > เอกกนิบาต > วรุณวรรค)

สีลวนาคชาดก   (ว่าด้วย พญาช้างสีลวะ ) รุกขเทวดาสถิตอยู่ในไพรสณฑ์นั้นในเวลาที่คนชั่วถูกแผ่นดินสูบ  กล่าวว่า        " คนอกตัญญู  คอยจับผิดอยู่เป็นนิตย์ ถึงจะให้แผ่นดินทั้งหมด  ก็ทำให้เขาพึงพอใจไม่ได้ " สีลวนาคชาดก  จบ อรรถกถา พระศาสดาเมื่อประทับอยู่   ณ  พระ เวฬุวัน มหาวิหาร   ทรงปรารภพระเทวทัต   จึงได้ตรัสเรื่องนี้ ภิกษุทั้งหลายนั่งสนทนากันในโรงธรรมว่า "อาวุโส ทั้งหลาย  พระเทวทัตเป็นคนอกตัญญู  ไม่รู้คุณของพระ ตถาคต" พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า "ภิกษุทั้งหลาย   พวกเธอประชุมสนทนากันด้วยเรื่องอะไร" เมื่อภิกษุทั้งหลาย กราบทูลให้ทรงทราบแล้ว  ตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย  มิใช่ แต่ในบัดนี้เท่านั้นที่พระเทวทัตเป็นคนอกตัญญู แม้ในครั้งก่อน   ก็เคยเป็นผู้อกตัญญูมาแล้ว เทวทัตไม่เคยรู้คุณของเรา  ไม่ว่าในกาล ไหน ๆ" แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาตรัสเล่า  ดังต่อไปนี้ ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุง พาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในกำเนิดช้าง...

อนาถปิณฑิกเสฏฐิวัตถุ (ขุททกนิกาย > ธรรมบท > ปาปวรรค)

อนาถปิณฑิกเสฏฐิวัตถุ   (เรื่องอนาถบิณฑิกเศรษฐี ) พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่อนาถบิณฑิกเศรษฐีและเทวดาผู้สิง สถิต อยู่ที่ซุ้มประตูบ้านของเศรษฐี  ดังนี้ว่า        "ตราบใดที่บาปยังไม่ให้ผล ตราบนั้น  คนชั่วจะเห็นบาปว่าดี แต่เมื่อใดบาปให้ผล เมื่อนั้น  คนชั่วจะเห็นบาปว่าชั่วแท้        ตราบใดที่กรรมดียังไม่ให้ผล ตราบนั้น  คนดีจะเห็นกรรมดีว่าชั่ว แต่เมื่อใดกรรมดีให้ผล เมื่อนั้น  คนดีจะเห็นกรรมดีว่าดีแท้" อนาถปิณฑิกเสฏฐิวัตถุ   จบ อรรถกถา สมัยหนึ่ง  พระผู้มีพระภาคประทับอยู่  ณ  พระเชตวัน  อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี  เขตกรุงสาวัตถี ทรงปรารภ เศรษฐีชื่อ อนาถบิณฑิกะ    ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า [  เศรษฐีบำรุงภิกษุสามเณรเป็นนิตย์  ] ได้ ยินว่า อนาถบิณฑิกเศรษฐีจ่ายทรัพย์ตั้ง ๕๔ โกฎิเฉพาะสร้างวิหารเชตวันถวายไว้ใน พระพุทธศาสนา เมื่อพระศาสดาประทับอยู่ในพระ เชตวัน เศรษฐีนี้ได้ไปสู่ที่บำรุงใหญ่ ๓ แห่งทุกวัน  ก็เมื่อจะไป  คิดว่า "สามเณร ก็ดี  ภิ...

กาลทานสูตร (อังคุตตรนิกาย > ปัญจกนิบาต > ปฐมปัณณาสก์ > สุมนวรรค)

กาลทานสูตร   (ว่าด้วยกาลทาน) สมัยหนึ่ง   พระผู้มีพระภาคตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า "ภิกษุทั้งหลาย   กาลทาน ๕ ประการนี้ (กาลทาน  หมายถึงยุตตทาน  คือการให้ที่เหมาะสม) กาลทาน ๕ ประการ   อะไรบ้าง  คือ ๑. ให้ทานแก่ผู้มาสู่ถิ่นของตน ๒. ให้ทานแก่ผู้เตรียมจะไป ๓. ให้ทานแก่ผู้เป็นไข้ ๔. ให้ทานในสมัยมีภิกษาหาได้ยาก ๕. ให้ข้าวอย่างดี  และผลไม้ใหม่แก่ผู้มีศีล ภิกษุทั้งหลาย  กาลทาน ๕ ประการนี้แล " จากนั้น  พระผู้มีพระภาค ได้ตรัสพระคาถานี้ว่า         "ผู้มีปัญญา  รู้ความประสงค์ของผู้ขอ เป็นผู้ปราศจากความตระหนี่ ย่อมให้ทานในกาลที่ควรให้        ทานที่ให้ในพระอริยะผู้ซื่อตรง  ผู้คงที่ ย่อมเป็นทักษิณาที่ไพบูลย์ ทำให้เขามีใจผ่องใส        ชนเหล่าใดอนุโมทนาหรือขวนขวายในทักษิณานั้น เพราะการอนุโมทนาหรือขวนขวายของชนเหล่านั้น ทักษิณาย่อมมีผลไม่พร่อง แม้พวกเขาก็เป็นผู้มีส่วนแห่งบุญ        เพราะฉะนั้น  ผู้มีจิตไม่ท้อถอย จึงควรให้ทานในเขต...

ยาคุมธุโคฬกานุชานนา (มหาวรรค > เภสัชชขันธกะ)

ยาคุมธุโคฬกานุชานนา   (ว่าด้วย ทรงอนุญาตข้าวต้มและขนมหวาน ) ครั้งนั้น  พระผู้มีพระภาคประทับอยู่  ณ  กรุงพาราณสีตามพระ อัธยาศัย แล้ว เสด็จจาริกไปทางอันธกวินทชนบท  พร้อมภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่จำนวน  ๑,๒๕๐ รูป สมัยนั้น  ชาวชนบทบรรทุกเกลือ  น้ำมัน  ข้าวสาร  ของเคี้ยวเป็น อัน มากมาในเกวียน  เดินตามภิกษุสงฆ์ที่มีพระพุทธเจ้าทรงเป็นประธาน  ด้วยตั้งใจว่า "เมื่อได้โอกาส  พวกเราจะทำภัตตาหารถวาย" มีคนกินเดนอีก ๕๐๐ คนติดตาม ไปด้วย ครั้งนั้น  พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกไปตามลำดับ  จนถึงอันธกวินทชนบทแล้ว ครั้งนั้น  พราหมณ์คนหนึ่งเมื่อไม่ได้โอกาส  ได้มีความคิดดังนี้ว่า "เราเดินตาม ภิกษุสงฆ์ที่มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานมากว่า ๒ เดือนแล้ว ด้วยตั้งใจว่า  ' เมื่อได้โอกาส  พวกเราจะทำภัตตาหารถวาย' แต่ก็หาโอกาสไม่ได้ เราตัวคนเดียวและยังเสีย ประโยชน์ทางฆราวาสไปมาก อย่ากระนั้นเลย  เราพึงตรวจดูโรงอาหาร สิ่งใดยังไม่ มีในโรงอาหาร  เราจะจัดเตรียมสิ่งนั้นถวาย" แล้วจึงตรวจดูโรงอาหาร เขาไม่เห็นของ ๒ อย่าง...