บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ พระธรรม

เทสนาสูตร (ขุททกนิกาย > อิติวุตตกะ > ทุกนิบาต > ทุติยวรรค)

เทสนาสูตร   (ว่าด้วย ธรรมเทศนา ) แท้จริง  พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ "ภิกษุทั้งหลาย  ธรรมเทศนาของตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า  ว่าโดยปริยาย   มี ๒ ประการ ธรรมเทศนา ๒ ประการ  อะไรบ้าง  คือ ๑. ธรรมเทศนาว่า  'ท่านทั้งหลายจงเห็นบาปว่าเป็นบาป' นี้จัดเป็น ธรรมเทศนาประการที่ ๑ ๒. ธรรมเทศนาว่า  'ท่านทั้งหลายครั้นเห็นบาปว่าเป็นบาปแล้ว  จงเบื่อ หน่ายคลายกำหนัด  ปลดเปลื้องตนให้พ้นจากบาปนั้น' นี้จัดเป็น ธรรมเทศนาประการที่ ๒ ภิกษุทั้งหลาย  ธรรมเทศนาของตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า  ว่าโดยปริยาย   มี ๒ ประการนี้แล" พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว  ในพระสูตรนั้น  จึงตรัส คาถาประพันธ์ดังนี้ว่า        'เธอจงดูธรรมเทศนา ๒ ประการ ที่ตถาคตพุทธเจ้าผู้ทรงอนุเคราะห์สัตว์ทุกหมู่เหล่า ได้ทรงประกาศไว้แล้วโดยคำปริยาย        เธอทั้งหลายผู้ฉลาด  จงพิจารณาเห็นบาป จงคลายความยินดี...

สังขธมสูตร (สังยุตตนิกาย > สฬายตนวรรค > คามณิสังยุต)

สังขธมสูตร   (ว่าด้วยคนเป่าสังข์) สมัยหนึ่ง   พระผู้มีพระภาค ประทับอยู่  ณ  ปาวาริกัมพวัน  เขต เมืองนาฬันทา ครั้งนั้น  ผู้ใหญ่บ้านชื่ออสิพันธกบุตรผู้เป็นสาวกของนิครนถ์   เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ  ถวายอภิวาท  แล้วนั่ง  ณ  ที่สมควร พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกับผู้ใหญ่บ้าน ชื่ออสิพันธกบุตรดังนี้ว่า "ผู้ใหญ่บ้าน นิครนถ์  นาฏบุตรแสดงธรรมแก่พวกสาวก อย่างไร" ผู้ใหญ่บ้านชื่ออสิพันธกบุตรกราบทูลว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ นิครนถ์   นาฏบุตรแสดงธรรมแก่พวกสาวกอย่างนี้ว่า 'ผู้ฆ่าสัตว์ทั้งหมดต้องไปอบาย  ตกนรก ผู้ลักทรัพย์ทั้งหมดต้องไปอบาย  ตกนรก ผู้ประพฤติผิดในกามทั้งหมดต้องไปอบาย   ตกนรก ผู้พูดเท็จทั้งหมดต้องไปอบาย  ตกนรก กรรมใด ๆ มีอยู่มาก  กรรมนั้น ๆ  ย่อมนำบุคคลไป' ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ นิครนถ์  นาฏบุตรย่อมแสดงธรรมแก่พวก สาวกอย่างนี้" "ผู้ใหญ่บ้าน นิครนถ์  นาฏบุตรแสดงธรรมแก่พวกสาวกว่า  'กรรมใด ๆ มี อยู่มาก  กรรมนั้น ๆ ย่อมนำบุคคลไป' เมื่อเป...

วาลสูตร (สังยุตตนิกาย > มหาวารวรรค > สัจจสังยุต > ปปาตวรรค)

วาลสูตร   (ว่าด้วยอุปมาด้วยปลายขนทราย) สมัยหนึ่ง   พระผู้มีพระภาค ประทับอยู่  ณ  กูฏาคารศาลา  ป่ามหาวัน   เขตกรุงเวสาลี ครั้นในเวลาเช้า  ท่านพระอานนท์ครองอันตรวาสก  ถือบาตรและ จีวร  เข้าไปบิณฑบาตยังกรุงเวสาลี ได้เห็นลิจฉวีกุมารจำนวนมากฝึกยิงลูกศรอยู่ใน สัณฐาคารให้เข้าทางช่องดาลเล็ก ๆ  จากที่ไกล  ติดต่อกันได้  ไม่ผิดพลาด  จึงคิดดังนี้ ว่า "ลิจฉวีกุมารเหล่านี้ฝึกแล้วหนอ  ฝึกดีแล้วหนอ ที่ยิงลูกศรให้เข้าทางช่องดาล เล็ก ๆ  จากที่ไกล  ติดต่อกันได้  ไม่ผิดพลาด" ท่านพระอานนท์ครั้นเที่ยวบิณฑบาตในกรุงเวสาลีแล้ว   กลับจากบิณฑบาต ภายหลังฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว  เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ   ถวายอภิวาท  แล้ว นั่ง  ณ  ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  ขอ ประทานวโรกาส เวลาเช้า  ข้าพระองค์ครองอันตรวาสก  ถือบาตรและจีวร   เข้าไป บิณฑบาตยังกรุงเวสาลี ได้เห็นลิจฉวีกุมารจำนวนมากฝึกยิงลูกศรอยู่ในสัณฐาคา...

อนาถปิณฑิกปุตตกาลวัตถุ (ขุททกนิกาย > ธรรมบท > โลกวรรค)

อนาถปิณฑิกปุตตกาล วัตถุ   (เรื่องนายกาละบุตรของอนาถบิณฑิกเศรษฐี ) พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่อนาถบิณฑิกเศรษฐี   ดังนี้ว่า        " โสดาปัตติผล ประเสริฐกว่าความเป็นเอกราชในแผ่นดิน กว่าการไปสู่สวรรค์ หรือกว่าความเป็นใหญ่ในโลกทั้งปวง " อนาถปิณฑิกปุตตกาล วัตถุ   จบ อรรถกถา สมัยหนึ่ง  พระผู้มีพระภาคประทับอยู่  ณ  พระเชตวัน  อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี  เขตกรุงสาวัตถี ทรงปรารภบุตรของ ท่านอนาถบิณฑิกะ  ชื่อว่า  กาละ  ตรัสพระธรรมเทศนา นี้ว่า [  บิดาจ้างบุตรให้ฟังธรรม  ] ได้ ยินว่า นายกาละนั้นเป็นบุตรเศรษฐีผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยศรัทธา เช่นนั้น แต่ไม่ปรารถนาจะไปสู่สำนักของพระศาสดาเลย  ไม่ปรารถนาจะฟัง ธรรม  ไม่ปรารถนาจะทำการขวนขวายแก่สงฆ์ แม้ถูกบิดาพูดว่า  "ลูกเอ๋ย  เจ้า อย่าทำอย่างนี้" ก็ไม่ฟังคำของท่าน ลำดับนั้น  บิดาของเขาคิดว่า "เจ้ากาละนี้  เมื่อถือทิฏฐิเห็นปานนี้ เที่ยวไป  จักเป็นผู้มีอเวจีเป็นที่ไปในเบื้องหน้า ก็เมื่อเรายังเห็นอยู่  ถ้าบุตร ข...

ตติยอนาคตภยสูตร (อังคุตตรนิกาย > ปัญจกนิบาต > ทุติยปัณณาสก์ > โยธาชีววรรค)

ตติยอนาคตภยสูตร   (ว่าด้วย ภัยในอนาคต  สูตรที่ ๓ ) สมัยหนึ่ง  พระผู้มีพระภาคตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า "ภิกษุทั้งหลาย ภัยในอนาคต ๕ ประการนี้  ยังไม่เกิดขึ้นในปัจจุบัน   แต่จักเกิดขึ้นในกาลต่อไป ภัยเหล่านั้นเธอทั้งหลายพึงรับรู้ไว้  และพึงพยายามเพื่อ ละภัยเหล่านั้นเสีย ภัยในอนาคต ๕ ประการ   อะไรบ้าง  คือ ๑. ในอนาคต หมู่ภิกษุจักไม่เจริญกาย  ไม่เจริญศีล  ไม่เจริญจิต   ไม่ เจริญปัญญา เมื่อไม่เจริญกาย  ไม่เจริญศีล  ไม่เจริญจิต  ไม่เจริญ ปัญญา ให้กุลบุตรเหล่าอื่นอุปสมบท ก็จักไม่สามารถแนะนำ กุลบุตรเหล่านั้นในอธิศีล  อธิจิต  และอธิปัญญาได้ แม้กุลบุตร เหล่านั้นก็จักไม่เจริญกาย  ไม่เจริญศีล  ไม่เจริญจิต  ไม่เจริญ ปัญญา เมื่อไม่เจริญกาย  ไม่เจริญศีล  ไม่เจริญจิต  ไม่เจริญปัญญา ให้กุลบุตรเหล่าอื่นอุปสมบทอีก ก็จักไม่สามารถแนะนำกุลบุตร เหล่านั้นในอธิศีล  อธิจิต  และ อธิปัญญาได้ ถึงกุลบุตรเหล่านั้นก็ จักไม่เจริญกาย  ไม่เจริญศีล  ไม่เจริญจิต  ...

สังขิตตสูตร (อังคุตตรนิกาย > อัฏฐกนิบาต > ทุติยปัณณาสก์ > โคตมีวรรค)

สังขิตตสูตร   (ว่าด้วยลักษณะธรรมวินัยโดยย่อ) สมัยหนึ่ง   พระผู้มีพระภาคประทับอยู่  ณ  กูฏาคารศาลา   ป่ามหาวัน   เขตกรุงเวสาลี ครั้งนั้น  พระนางมหาปชาบดีโคตมีได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ ถวายอภิวาท  แล้วได้ยืนอยู่  ณ  ที่สมคว ร ได้กราบทูลพระผู้มี พระภาคดังนี้ว่า " ขอประทานวโรกาส  ขอพระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมโดยย่อ ที่เมื่อหม่อมฉัน ฟังแล้ว  จะพึงเป็นผู้จากไปอยู่ผู้เดียว ไม่ประมาท  มีความเพียร  อุทิศกายและใจ อยู่เถิด  พระพุทธเจ้าข้า" พระผู้มีพระภาคตรัสว่า "โคตมี  เธอรู้ธรรมเหล่าใดว่า ๑. ธรรมเหล่านี้เป็นไปเพื่อความกำหนัด  ไม่เป็นไปเพื่อคลายความกำหนัด ๒. ธรรมเหล่านี้เป็นไปเพื่อความประกอบไว้  ไม่เป็นไปเพื่อความพราก ๓. ธรรมเหล่านี้เป็นไปเพื่อการสะสม  ไม่เป็นไปเพื่อการไม่สะสม ๔. ธรรมเหล่านี้เป็นไปเพื่อความมักมาก  ไม่เป็นไปเพื่อความมักน้อย ๕. ธรรมเหล่านี้เป็นไปเพื่อความไม่สันโดษ  ไม่เป็นไปเพื่อความสันโดษ ๖. ธรรมเหล่านี้เป็นไปเพื่อความคลุกคลีหมู่คณะ...